Author Archives: admin

ลักษณะการรับรู้และพัฒนาการของเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป

เมื่อน้องเริ่มโตเข้าสู่วัยนี้สามารถมองเห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งของได้ เช่น ความแตกต่างของลวดลายต่าง ๆ เข้าใจความหมายของหน้า-หลังและบน-ล่างของตัวเด็ก แต่ไม่เข้าใจระยะใกล้หรือไกลของสถานที่ เด็กวัยนี้ยังคิดถึงแต่เรื่องปัจจุบัน คิดถึงแต่เรื่องที่ตนเองพัวพันอยู่ด้วย มีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมค่อนข้างสั้น สนใจการกระทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่จะไม่สนใจความสำเร็จของกิจกรรมนั้น ๆ เด็กจะกระตือรือร้นทำงานที่ตนเองสนใจ แต่เมื่อหมดความสนใจจะเลิกทำทันที โดยไม่สนใจว่างานนั้นจะสำเร็จหรือไม่ เด็กวัยเรียนนี้เป็นวัยแห่งการเตรียมพร้อมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ถ้าเด็กได้รับสิ่งแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทุก ๆ ด้าน เด็กก็จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับประสบการณ์ใหม่หรือสิ่งแวดล้อมใหม่ได้อย่างราบรื่น เด็กในวัยนี้จะมีการเรียนรู้เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นวัยที่เข้าโรงเรียน เด็กจะเริ่มเรียนรู้ในสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวก่อนแล้วจึงค่อยเป็นประสบการณ์ไปหาสิ่งแวดล้อมที่อยู่ไกลตัวออกไป สำหรับเด็กที่เริ่มเข้าเรียน จะสามารถเรียนรู้ได้ดี ถ้าทางโรงเรียนได้จัดสิ่งแวดล้อมโดยปล่อยให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหว และเข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆอยู่เสมอ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มหรือเสริมพัฒนาการทางปัญญาของเด็กเป็นอย่างมาก เนื่องจากสิ่งต่าง ๆ จะเป็นสิ่งที่ช่วยหรือก่อให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น อยากทดลอง ค้นคว้าสิ่งเหล่านี้ของเด็ก ได้แก่ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ภาพการ์ตูน สิ่งดังกล่าวนี้มี อิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาการของเด็กในด้านอารมณ์ ภาษาและสติปัญญา เด็กวัยเรียนนี้วุฒิภาวะทุกด้านกำลังงอกงามเกือบเต็มที่ ทำให้เด็กมีความสามารถเพิ่มขึ้นอีกหลายด้าน เป็นเพราะเด็กได้เรียนรู้กว้างขวางขึ้นในช่วงนี้ ทำให้เด็กสามารถที่จะคิดและแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวของตัวเอง เด็กในวัยนี้จะเริ่มเรียนรู้โลกกว้างมากขึ้น ชอบความตื่นเต้น พึงพอใจในสิ่งแปลกใหม่ จะหันเหไปสู่การเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมนอกบ้าน เช่น เรียนรู้เกี่ยวกับเพื่อน

ข้อแนะนำในทางปฏิบัติให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยลูกน้อยกระตุ้นสมองและพัฒนาการทางภาษาอย่างถูกวิธี

พญ.จันทร์เพ็ญ มีข้อแนะนำในทางปฏิบัติให้คุณพ่อคุณแม่นำไปช่วยลูกปฐมวัย หรือก่อน 6 ขวบเพื่อกระตุ้นสมอง และพัฒนาการทางภาษาอย่างถูกวิธี ตามแนวทางดังต่อไปนี้ – คุยกับลูกอย่างสนุกสนาน ลูกต้องคุ้นเคย และได้ยินเสียงคุณพ่อคุณแม่บ่อยที่สุดเท่าที่จะบ่อยได้ บอกเขาว่า คุณคือใคร คุณกับลูกอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ และอธิบายถึงสิ่งรอบตัวที่ลูกเห็น ได้ยินเสียง และสัมผัสได้ เริ่มจาก สิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัว ไปสู่สิ่งที่ใหญ่ขึ้น และไกลตัวออกไป รวมถึงการทักทายเด็กตั้งแต่ตื่นนอนเป็นประจำทุกวัน พร้อมกับโอบกอด หอมแก้ม หรือหยอกล้อไปด้วยจะยิ่งกระตุ้นสมองมากขึ้น – รับฟังลูกอย่างอดทน และตั้งใจ แม้ในช่วงแรก ๆ จะยังไม่เข้าใจภาษา หรือคำพูดที่ลูกใช้ แต่เมื่อลูกรับรู้ว่ามีคนตั้งใจฟังเขา จะเป็นแรงกระตุ้นให้เขาอยากฝึกออกเสียง หรือเปล่งคำพูดใหม่ ๆ มากขึ้น และอย่าเบื่อที่จะตอบคำถามลูก เพราะการขยันตอบคำถามลูกวัยเด็กเล็กก็เพื่อกระตุ้นสมองให้เด็กเป็นคนกล้าคิด ทำให้เกิดวงจรเรียนรู้แบบถาวร – ให้เวลาลูกตอบสนองหรือตอบคำถาม เพราะต้องไม่ลืมว่าเด็กเล็ก ๆ ต้องการเวลาทำความเข้าใจ เพื่อเรียบเรียงความคิดก่อนที่จะสามารถสื่อสารกับคุณได้ ดังนั้นอย่าใจร้อน เร่งรัด หรือพูดแทน หรือพยายามเติมคำในช่องว่างเวลาที่ลูกพูดกับเรา ควรให้เขาได้พยายามคิด และพูดออกมาด้วยตัวเอง – พูดคำง่าย ๆ สั้น ๆ และช้า ๆ เพราะในสมองลูกยังมีคำจำกัด

สมาร์ทโฟนแท็บเล็ตและไอแพด ทำให้พัฒนาการต่างๆ ของเด็กล่าช้าลงจริงไหม ?

ซึ่งจากการสำรวจได้รับการยืนยันแล้วว่าสมาร์ทโฟนแท็บเล็ตและไอแพด ทำให้พัฒนาการต่าง ๆ ของเด็กล่าช้า ! โดยเฉพาะพัฒนาการด้านภาษาและมีโอกาสเสี่ยงเป็นออทิสติกเทียม สมาธิสั้น เพราะเด็กส่วนใหญ่จะถูกปล่อยให้นั่งเล่นคนเดียวเป็นเวลานานทำให้ขาดทักษะการสื่อสารกับผู้อื่นจึงพูดช้า ในส่วนของแสงสีที่ปล่อยออกมาจากจอภาพนั้นอาจส่งผลเสียต่อสายตา สมองและอาจรบกวนการนอนหลับของเด็ก การที่เด็กไม่ได้รับการกระตุ้น พัฒนาการด้านอื่น ๆ อย่างเหมาะสม อาจทำให้การเรียนรู้ช้ากว่าเด็กทั่วไปอีกด้วย เด็กบางคนได้รับการเลี้ยงดูด้วยสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและไอแพดมาตั้งแต่ยังเล็กจนทำให้เกิด “อาการติด”  ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตว่าลูกมีอาการติดเครื่องมือสื่อสารเหล่านี้หรือไม่ ดังนี้– เมื่อตื่นขึ้นมามักถามถึงมือถือ แท็บเล็ตและไอแพดเป็นสิ่งแรกก่อนทำอย่างอื่น หรือถามถึงบ่อยตลอดวัน– ใช้เวลาเล่นมือถือ แท็บเล็ตและไอแพดเป็นเวลานาน โดยนั่งอยู่กับที่สายตาจองมองแต่จอและเมื่อต้องลุกไปไหน เด็กก็จะหยิบติดมือไปด้วยเสมอ หรือแม้กระทั่งเวลาต้องลุกเดิน มือเด็กก็จะยังคงถือติดมือไปด้วย– เด็กไม่สนใจคนรอบข้าง แม้แต่พ่อแม่เพราะมัวสนใจแต่จะเล่นมือถือ แท็บเล็ตและไอแพดเท่านั้น– เด็กเลิกทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อยากแต่จะเล่นแต่มือถือ แท็บเล็ตและไอแพดเท่านั้น– เด็กจะแยกตัวออกจากสังคมในขณะที่เล่นมือถือ แท็บเล็ตและไอแพด– เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือไม่ชอบใจหากถูกควบคุมหรือห้ามไม่ให้เล่น เช่น ร้องไห้ กรีดร้อง กระทืบเท้า ลงไปนอนกลิ้งบนพื้น โมโหรุนแรง ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น หรืออาการต่อต้านแบบอื่น ๆ– เมื่อต้องไปทำธุระหรือกิจกรรมอื่น ๆ เด็กจะกระวนกระวายใจ เพราะต้องการกลับมาเล่นมือถือ แท็บเล็ตและไอแพด#ภัยร้ายในเด็ก #เด็กติดมือถือ #เด็กติดไอแพดแท็บเล็ต #เด็กติดจอ #เด็กสมาธิสั้น #ลูกสมาธิสั้น #ลูกดื้นโววายไม่นิ่ง #เสริมพัฒนาการเด็กตามวัย #จิตแพทย์ชี้เด็ก

ลูกติดจอสมาธิสั้น โทษที่ตามมามีอะไรบ้าง ควรแก้ไขอย่างไรดีค่ะ ??

ในสมัยนี้เทคโนโลยีกลุ่มเครื่องมือสื่อสารเข้ามามีบทบาทต่อการเลี้ยงดูบุตรหลานในหลายๆครอบครัวของพวกเราเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในการเลี้ยงดูเด็กเด็ก การหาความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย ข้อมูลความรู้ๆต่างๆที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกในปัจจุบันมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งทางกายภาพ สติปัญญา พัฒนาการ ร่วมไปถึงจิตวิทยาของเด็กตามช่วงวัยการเจริญเติบโต แต่ใครจะรู้บ้างว่าเจ้ามือถือพวก smart phone ร่วมไปถึง ipad และ tablet ส่วนใหญ่เด็กที่สนใจจะอยู่ในวัย 2-6 ปี ซึ่งจะชื่นชอบมากเป็นพิเศษเพราะสามารถให้ความเพลิดเพลินด้วยแสงสีที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา เรามาดูกันว่าตามที่พ่อแม่ยุคใหม่หวังที่จะใช้เป็นเครื่องเล่นหรือใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ให้ลูกนี้ นักพัฒนาการเด็กและผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าอย่างไรกันบ้าง ?            ซึ่งจากการสำรวจได้รับการยืนยันแล้วว่าสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและไอแพด ทำให้พัฒนาการต่าง ๆ ของเด็กล่าช้า !โดยเฉพาะ พัฒนาการด้านภาษา และมีโอกาสเสี่ยงเป็นออทิสติกเทียม สมาธิสั้น เพราะเด็กส่วนใหญ่จะถูกปล่อยให้นั่งเล่นคนเดียวเป็นเวลานานทำให้ขาดทักษะการสื่อสารกับผู้อื่นจึงพูดช้า ในส่วนของแสงสีที่ปล่อยออกมาจากจอภาพนั้นอาจส่งผลเสียต่อสายตา สมอง และอาจรบกวนการนอนหลับของเด็ก การที่เด็กไม่ได้รับการกระตุ้น พัฒนาการด้านอื่น ๆ อย่างเหมาะสม อาจทำให้การเรียนรู้ช้ากว่าเด็กทั่วไปอีกด้วย เด็กบางคนได้รับการเลี้ยงดูด้วยสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและไอแพดมาตั้งแต่ยังเล็กจนทำให้เกิด “อาการติด”            ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตว่าลูกมีอาการติดเครื่องมือสื่อสารเหล่านี้หรือไม่ ดังนี้  – เมื่อตื่นขึ้นมามักถามถึงมือถือ

เราเอื้อมมือแตะสายรุ้งได้ไหมนะ?

เราเอื้อมมือแตะสายรุ้งได้ไหมนะ?  ไม่ได้ เพราะสายรุ้ง คือ แสง และเราก็แตะแสงไม่ได้ด้วย สายรุ้งเกิดขึ้นเมื่อแสงแดดส่องผ่านหยดน้ำ ซึ่งจะกระจายแสงออกเป็นสีต่างๆ 7 สี อ้างอิงจากหนังสือ เด็กประถมอย่างหนูอยากรู้จัง…เราเอื้อมมือแตะสายรุ้งได้ไหมนะ?

สอนลูกยังไงให้คิดบวก

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมองโลกบวก จะทำให้เด็ก ๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองเกิดภูมิต้านทานในการใช้ชีวิตมากขึ้น มีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น และสามารถทนต่อแรงกดดันต่าง ๆ รอบตัวได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นแล้ว เรามาเรียนรู้วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยของเราคิดบวกกันดีกว่า 1. ลองสังเกตุเรื่องดี ๆ รอบตัว                  การสร้างเรื่องราวดี ๆ ในแต่ละวันทำให้ลูกน้อยสามารถยิ้มกับวันแย่ๆได้ แถมยังทำให้เค้ามองโลกบวกมากยิ่งขึ้นด้วย โดยในตอนเย็นหลังเลิกเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจจะลองถามลูกน้อยดูว่าวันนี้มีเรื่องอะไรดี ๆ เกิดขึ้นบ้าง เพื่อให้เค้าลองหาเรื่องราวดี ๆ รอบตัว เช่น วันนี้วิ่งเล่นจนหกล้ม แต่ก็มีเพื่อนใจดีช่วยพาไปทำแผลที่ห้องพยาบาล 2. มีความสุขกับสิ่งเล็กน้อย                 การที่เราสอนให้เจ้าตัวน้อยรู้ว่าการมีความสุขทุกวันไม่ใช่เรื่องยาก จะทำให้เค้ารู้สึกมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น เช่น สอนให้เด็ก ๆ มีความสุขจากการได้แบ่งปันของเล่นให้กับเพื่อน ๆ  สอนให้เด็ก ๆ ช่วยเหลือคนรอบตัว หรือแม้แต่มีความสุขกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ โดยคุณพ่อคุณแม่อย่างเราก็อาจจะหยิบยื่นคำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ เพื่อให้เค้าทำสิ่งเหล่านั้นต่อไป 3. ออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ                 การสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ

ไม่ตวาดเมื่อลูกมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เคยมั้ย? ที่ลูกของคุณมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เหยียบหนังสือ,ฉีกหนังสือนิทานขาด,ลูกขึ้นไปยืนบนโต๊ะ เป็นพฤติกรรมที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆคนหงุดหงิดใจไปอย่างมาก แล้วคุณจะแก้ปัญหานี้ยังไงล่ะ ข้อ1 ตวาดลูกขึ้นมาทันทีข้อ2 ไม่ตำหนิ เพราะคิดว่า “ลูกยังเด็กอยู่ ถึงตำหนิไป ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”ข้อ3 ตักเตือนก่อนที่ลูกจะมีพฤติกรรมแบบนั้น คำตอบคือ ไม่มีข้อไหนถูกเลยค่ะ แต่ให้คุณสอนลูกอย่างใจเย็น ว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ดิฉันคิดว่าการที่คุณพ่อคุณแม่คุยกับลูกดีๆด้วยเหตุผล ลูกของคุณก็จะเข้าใจคุณ และก็จะไม่มีการทะเลาะกันอย่างแน่นอนค่ะ อ้างอิง : หนังสือ 45 เทคนิค ของคุณแม่ญี่ปุ่นเลี้ยงลูกคุณให้ดูแลตัวเองได้ #deklen #momandkid #kid #สอนลูก #เด็กเล่น #พัฒนาการเด็ก #แม่และเด็ก

คำพูดของพ่อแม่ที่จะแทรกซึมเข้าไปในใจลูก

คำพูดในทางลบ เช่น “ทำไมได้สักที่นะ”  “อย่างลูกของฉันน่ะเหรอ…”         จะแทรกซึมเข้าไปในใจเด็กเช่นกัน พร้อมกับความคิดที่ว่า “นี่เป็นคำพูดของคุณพ่อและคุณแม่ที่เรารัก เพราะฉะนั้นมันต้องเป็นเรื่องที่ถูกต้องแน่”        ซึ่งคำพูดที่บั่นทอนความพึงพอใจในตัวเองของเด็ก จึงฝังลึกอยู่ในใจเด็กเช่นกัน หนังสือ “เข้มแข็งไว้ ลูกพ่อ!” แนะวิธีแก้ไข คือ การฝังคำพูดอื่นลงไปแทนดังเช่นรูปภาพด้านบน        ซึ่งคำพูดในทางลบของพ่อแม่ หรือการเปรียบเทียบกับลูกคนอื่นนั้น แท้จริงแล้วมันเกิดจากความไม่ตั้งใจของพวกเขา คนเราสามารถทำผิดพลาดได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งที่เด็กทำได้ คือ การให้อภัยพ่อแม่และให้อภัยตัวเอง เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ทำไมหนูต้องทำงานบ้านด้วย?

“ทำไมหนูต้องทำงานบ้านด้วย?” ถ้ามีลูกถามคำถามนี้แล้ว คุณจะตอบว่ายังไง เป็นคำถามที่ช่วยเตือนสติให้กับคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้เลย ว่าอยากจะให้ลูกสบาย หรืออยากให้ลูกรู้จักความลำบาก ถ้าคุณไม่รู้จะตอบว่ายังไง ในหนังสือ เลี้ยงลูกให้หายสงสัย สไตล์คุณหมอประเสริฐ แนะนำให้บอกกับลูกว่า “เกิดเป็นคน ต้องทำงาน” ด้วยยุคสมัยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีสิ่งที่support เด็กมากมาย การจะให้เด็กฝึกรู้จักทำงาน ก็อาจเป็นเรื่องที่ให้เด็กตระหนักถึงความรับผิดชอบที่เขาต้องทำ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควรฝึกเขาตั้งแต่เด็ก เพื่อที่จะส่งผลดีต่ออนาคตของพวกเขา ที่จะทำให้พวกเขามีความอดทนและมีความรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จได้ดี

ควรกระตุ้นพัฒนาการลูกอย่างไรดี?

ควรกระตุ้นพัฒนาการลูกอย่างไรดี มีสินค้ากระตุ้นพัฒนาการมากมายบอกขายในเน็ตได้ผลจริงหรือเปล่า มีอันตรายที่คาดไม่ถึงหรือไม่         ในหนังสือ “เลี้ยงลูกให้หายสงสัย สไตล์คุณหมอประเสริฐ” ได้กล่าวไว้ว่า ลูกกินนมได้ เดินได้ พูดได้ ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องกระตุ้น เรายอมรับในแบบที่เขาเป็น ชวนเขาค้นหาความสามารถของตนเอง แล้วชื่นชม ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาภูมืใจในชีวิตที่ตนเองมี ปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากความหวังดีของผู้ใหญ่ ยุ่งหรือวุ่นวายกับเส้นทางพัฒนาการของเด็กมากเกินไปและกดดันมากไป สิ่งสำคัญสำหรับเด็ก คือ หาเวลาเล่นกับเขา ลูกไม่ต้องการเงินของคุณ เขาต้องการเวลาของคุณ หาเวลาทำกิจกรรมด้วยกัน ถ้าอยากที่จะซื้อจริงๆ ของต่อไปนี้ควรซื้อ          – ของเล่นไม้รูปทรงอิสระ         – เลโก้         – ชุดตุ๊กตาไดโนเสาร์สักชุดและชุดบ้านพร้อมครัวสักชุด อ้างอิงจากหนังสือ “เลี้ยงลูกให้หายสงสัย สไตล์คุณหมอประเสริฐ”